อัศจรรย์ฝูงค้างคาวแม่ไก่วัดโพธิ์บางคล้า อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา

“วัดโพธิ์” หรือ “วัดโพธิ์บางคล้า” อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นประมาณ พ.ศ.2310-2350 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เกร็ดประวัติวัดโพธิ์บางคล้า เริ่มมีมาแต่เมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด จากหลักฐานบางอย่างอาจสันนิษฐานได้ว่า มีมาครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และเมื่อ พ.ศ.2309 คราวสมเด็จพระเจ้าตากสินนำกองกำลังตีฝ่าวงล้อมกองทัพพม่า จากกรุงศรีอยุธยา และมาพักทัพรบที่วัดโพธิ์บางคล้าแห่งนี้ และได้สู้รบกับกองกำลังของพม่า ซึ่งในการรบครั้งนี้สมเด็จพระเจ้าตากสินเป็นฝ่ายได้ชัย ตีทัพขับไล่ฝ่ายพม่าแตกกระเจิง จึงได้สร้างวิหารทรงจัตุรมุข และภายในวิหารมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ 1 องค์ เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะในครั้งนั้น ก่อนเดินทัพต่อไปเมืองจันทบุรี
ความพิเศษของวัดแห่งนี้ คือ บริเวณวัดจะเห็นค้างคาวแม่ไก่เกาะอยู่ตามต้นไม้ ในเวลากลางวันจะอยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่เกาะกิ่งไม้ห้อยหัวลงมา ยามพลบค่ำก็จะออกบินไปหากิน ค้างคาวเหล่านี้อาศัยอยู่ในวัดโพธิ์มาเป็นเวลานานแล้ว ไม่มีผู้บันทึกไว้ชัดเจน ตั้งแต่ในเมื่อสมัยพระครูสุตาลงกตเป็นเจ้าอาวาส ระหว่าง พ.ศ.2473-2509 ซึ่งท่านเป็นพระที่มีเมตตาธรรมต่อสัตว์ทั้งหลาย ทำให้วัดโพธิ์มีค้างคาวนับแสนตัวมาอาศัยเกาะต้นไม้ในบริเวณวัด โดยไม่อพยพไปอยู่ที่ไหน และมีเรื่องที่แปลกมากๆ ก็คือค้างคาวพวกนี้จะกินผลไม้ในวัดเป็นอาหาร และไม่เคยไปทำความเสียหายให้สวนผลไม้ของชาวบ้านเลย
มีเรื่องเล่าขานต่อกันมาว่า เมื่อ พ.ศ. 2498 ที่มีการฝังลูกนิมิต ปรากฏว่าค้างคาวได้บินไปจากวัดนานถึง 7 วัน เมื่อเสร็จงานแล้วจึงได้บินกลับมาอาศัยอยู่ดังเดิม และเมื่อพระครูสุตาลงกตมรณภาพเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2509 ค้างคาวได้ตกลงมาตายเป็นจำนวนมากมายราวกับค้างคาวสามารถรับรู้ได้ ซึ่งนับเป็นความประหลาดยิ่ง
ค้างคาวแม่ไก่ (Flying foxes) ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Perouse vampires เป็นค้างคาวสายพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หน้าตาเหมือนสุนัขจิ้งจอกคือ มีดวงตาโต จมูกและใบหูเล็ก ขนสีน้ำตาลแกมแดง และมีเล็บที่แหลมคมสามารถเกาะกิ่งไม้ได้ มีปีกสีดำ บินได้เร็วและไกลเหมือนนก กางปีกกว้างประมาณ 3 ฟุต แม่ค้างคาวให้กำเนิดลูกได้ครั้งละ 1 ตัว
ในเวลากลางวันจะอยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่เกาะกิ่งไม้ห้อยหัวลงมา ยามพลบค่ำก็จะออกบินไปหากิน อาหารของค้างคาวจะเป็นพวกผลไม้และใบไม้อ่อนเช่น ใบโพธิ์ ใบมะม่วง ใบมะขาม เป็นต้น เคยมีผู้เฝ้าสังเกตการหากินของค้างคาวที่นี่พบว่าค้างคาวบินไปหากินตามเขตชายแดนไทยหรือฝั่งประเทศกัมพูชา
สำหรับการเดินทางมายังวัดโพธิ์บางคล้า ไปตามทางหลวงหมายเลข 304 (สายฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี) ประมาณ 17 กิโลเมตร แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3121 เข้าตัวอำเภอบางคล้าไปประมาณ 6 กิโลเมตร ผ่านศาลและอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชแล้วเลี้ยวซ้ายประมาณ 500 เมตร

